รับเรื่องเล่าเรื่องเล่า

วันเช็งเม้ง

 
เทศกาลสำคัญที่สุดสำหรับชาวจีน คือเทศกาลกราบไหว้บรรพบุรุษทึ่สุสานที่รู้จักกันดีว่า วันเช็งเม้งคนจีนโดยทั่วไปแล้วให้ความสำคัญต่อบุพการีเป็นอย่างสูง จะปฎิบัติต่อบุพการีด้วยความรัก และเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใดทั้งในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ และยามที่ท่านจากไปแล้ว ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หลังจากที่ท่านล่วงลับไปแล้วลูกหลานก็ยังคงประพฤติตนเหมือนเมื่อครั้งที่ท่านยังดำรงชีวิตอยู่ จะเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดตามกำลังความสามารถเท่าที่จะทำได้ เพื่อแสดงกตเวทิตาคุณ และระลึกถึงคุณงามความดีที่ท่านได้อุ้มชูจนเติบใหญ่ และสนับสนุนในกิจกรรมต่าง ๆที่จะเสริมสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ครอบครัว และวงศ์ตระกูล สุสานที่ฝังร่างของท่านนั้นเปรียบเสมือนกับบ้านของท่านในอีกภพภูมิหนึ่ง การได้ไปเซ่นไหว้ที่สุสานโดยตรงก็เปรียบเสมือนกับการได้ไปเยี่ยมเยือนท่านที่บ้าน ไปทำความสะอาด ทำอาหารให้ท่านกินนั่นแหละครับ ซึ่งมีโอกาสทำได้เพียงปีละครั้ง ในเทศกาลวันเช็งเม้งนี้เท่านั้น การที่จะทำแบบนี้ในเวลาอื่นนอกเหนือจากเทศกาลวันเช็งเม้งถือเป็นข้อห้ามครับ การกระทำใดก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อสุสานท่านโดยตรงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน พึงควรหลีกเลี่ยง หากพบว่ามีความชำรุดทรุดโทรมที่สุสานซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของท่านนั้น ต้องการจะซ่อมแซมควรไปปรึกษาผู้รู้เพื่อหาวันเวลาที่เป็นมงคลเพื่อทำการซ่อมแซม เหมือนกับเราจะปลูกบ้านใหม่ จะแต่งงาน จะบวช จะสึก ก็ต้องหาฤกษ์ หายามที่เป็นมงคลอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งเป็นความเชื่อของผู้คนที่มีอยู่ทุกชาติ ทุกศาสนา ไม่ได้เป็นเรื่องเหลวไหลผิดปกติแต่อย่างใด ถ้าเราได้ทำตรงนี้อย่างดีและถูกต้องแล้วก็จะสร้างความสบายใจ การดำเนินกิจการงานใดทึ่หากมีข้อผิดพลาดก็จะได้ไม่ต้องมากังขาว่าเกิดจากสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นหรือไม่ การแก้ปัญหาก็จะได้มุ่งไปในทิศทางที่ถูกต้องครับ
 
 
 
ในเทศกาลวันเช็งเม้งนี้ มีช่วงระยะเวลาให้ประมาณครึ่งเดือนซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะไปกราบไหว้บรรพบุรุษชองเราในวันไหน สำหรับปีนี้ พศ.2560 เริ่มไหว้ได้ดั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม และไปสิ้นสุดที่วันตรงเลย ที่วันที่ 4 เมษายน ลูกหลานก็อาจสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเยี่ยมเยียนท่านได้ตามวันเวลาที่สะดวก ก็ทำเหมือนตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละครับ จะไปรวม ๆกันหลาย ๆคน หรือจะไปเดี่ยวก็แล้วแต่ครับ ก่อนเดินทางก็ทำเหมือนกับเราจะไปเยี่ยมพ่อแม่เราแหละครับ ดูรถราให้เรียบร้อย ข้าวของเครื่องใช้ที่จะนำไปฝากท่าน อาหารการกินที่ท่านชอบ เงินทองที่จะนำไปมอบให้ท่านแบบนี้ ทำสบายสบายเหมือนปกติแหละครับ เพียงแต่ว่าวัสดุมันเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง คือเป็นข้าวของที่ทำจากกระดาษแค่นั้นครับ เคยซื้อเสื้อผ้าให้พ่อ แม่ปีละ 2 ชุด ก็ไปซื้อเครื่องกระดาษ ชาย 2 ชุด หญิง 2 ชุด ตามร้าน ตามห้างก็มีให้เลือกมากมาย เครื่องประดับ นาฬิกา สร้อย แหวน โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต กล้องดิจิตอล อันไหนที่เราเห็นว่ามันเหมาะกับท่าน หรือเป็นของที่ท่านเคยชื่นชอบมาก่อนก็ซื้อติดไม้ติดมือไปฝากท่านได้ครับ ก็ทำตามความรู้สึกเรา ปีไหนเรารู้สึกว่ามั่งคั่งมาก ได้โบนัสเยอะ เงินเดือนขึ้น ค้าขายร่ำรวย อยากให้อยากตอบแทน ที่ดีที่สุดก็ พ่อ แม่เราแหละครับ ผมเองมีงบประมาณน้อย ก็ซื้อไก่ 1 ตัว หมู 1 ชิ้น ไข่เป็ด 4 ฟองมาย้อมสีแดง ประมาณ 200 บาท อันนี้จำเป็นครับเรียก ซาแซ คือมีเนื้อสัตว์ 3 อย่างใส่รวมไว้ในจานเดียวกัน  ถ้าขยันก็ทำกับข้าวเองครับสัก 3 อย่าง ถ้าทำไม่เป็นก็ซื้อครับ ตอนพ่อผมยังอยู่ผมทำกับข้างไม่เป็นหรอก พ่อทำให้กิน ก่อนพ่อจะจากไปก็เคยพูดว่าให้ดูแลแม่ดี ๆ ผมก็หัดทำกับข้าว ทุกครั้งที่ทำก็จะทำ 3 อย่างเสมอครับกินกับแม่ แม่ไม่ชอบอาหารที่ซื้อมาจากนอกบ้าน ตอนนี้ท่านทั้งสองจากไปแล้ว วันเช็งเม้งปีนี้ผมก็ทำเหมือนเดิมคือนอกจากมีซาแซที่จำเป็นและควรมี ผมก็ทำอาหารเอง 5 อย่าง คือ ผัดหมี่ซั่วเจใส่กะหล่ำปลี ผัดเปรี้ยวหวานเจใส่แตงกวา พริกหวาน สับปะรด เต้าหู้ หมูกรอบ ต้มจับฉ่าย และขาหมูพะโล้ไข่ หุงข้าว 1 หม้อ ปริมาณก็เหมือนเราทำกินในครอบครัวแหละครับ ทำเหมือนปกติ แบ่งข้าวและกับข้าวเป็น 5 ชุดไว้ใส่บาตร ที่เหลือผมก็ตักใส่ปิ่นโตเถาเล็ก ๆ ได้ 2 เถา แต่ละชั้นก็ซีลด้วยฟิลม์ถนอมอาหารเตรียมไว้ไหว้ที่สุสานครับ ส่วนนี้ก็ประมาณ 600 บาทครับ ผมซื้อน้ำแก้วพลาสติก 3 แก้ว น้ำผัก ผลไม้ รวม 4 ขวด ขนมเปี๊ยะที่ทำเป็นก้อนเล็ก ๆ มีหลายๆไส้ 1 กล่องครับ ซื้อผลไม้ ส้มเขียวหวานโลนึงมี 8 ลูก แอปเปิลเขียว 4 ลูก แอปเปิลแดง 4 ลูก เอาไว้แบ่งไหว้เจ้าที่ และพ่อแม่ครับ ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าต้องไหว้กี่ที่นะครับจะได้แบ่งได้ถูก ส่วนนี้ผมใช้ไป 300 ครับ ผมกันเงินไว้ 100บาทสำหรับซื้อกระดาษไหว้เจ้าที่ 1 ปึกมี 10 แผ่น กระดาษไหว้บรรพบุรุษ 1 ปึก ที่ร้านสอนพับ เอามาพับที่บ้าน ซื้อเงินกงเต็ก 1 ปึก เท่านี้ก่อนครับรวมแล้วก็ประมาณ พันกว่าบาท เวลาผมไหว้ที่สุสาน ไหว้เจ้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาตั้งไหว้ที่หน้าบ้านพ่อแม่ ผมก็แอบควักเงินจริงที่มีอยู่ในกระเป๋าเหลือเท่าไรก็ควักมาหมดเลยครับ เอากล่องขนมเปี๊ยะทับไว้ ไหว้เสร็จเผากระดาษเงินกระดาษทองที่ซื้อมา เก็บข้าวของเตรียมกราบลาพ่อแม่ ก็ไปเจอเงินใต้กล่องขนมเปี๊ยะ ยกเงินนั้นเหนือหัวบอกในใจว่า ปีนี้ขอบพระคุณพ่อกับแม่ที่ให้เงินลูกมาอีกหลายล้านบาท มองไปที่รูปหน้าบ้าน เห็นพ่อก็ยิ้ม แม่ก็ยิ้ม เหมือนจะบอกว่า เอาไปเถอะลูก ขอให้ร่ำรวย ร่ำรวยนะ ก็เย้าหยอกกันไปเหมือนตอนใช้ชีวิตอยู่ในภพภูมิเดียวกัน  เคล็ดลับก็คือเวลาหารูปพ่อ แม่ที่จะไปติดหน้าสุสานหารูปที่ท่านยิ้ม ๆมีความสุขเอาไปติด เวลาเราไปเยี่ยมท่านในเทศกาลวันเช็งเม้ง เราจะไปอย่างเบิกบาน และลากลับอย่างมีความสุขครับ

ท้ายนี้ผมอยากจะฝากไว้ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ก็หมั่นขวนขวายไปเยี่ยมเยียนผู้มีพระคุณกับเราปีละหนในเทศกาล วันเช็งเม้ง บ้างนะครับ เพราะถ้าไม่มีเขาเราก็ไม่ได้เป็นเราอย่างทุกวันนี้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น