ตบแต่งเลาะริมรั้ว

แนวโน้มการตกแต่งบ้านแบบเหนือกาลเวลา

สวัสดีครับ บทความนี้อยากจะคุยเกี่ยวกับบ้านพักอาศัยของเราครับ  ไม่ว่าจะเป็นบ้านของพ่อ แม่เรา หรือบ้านของเราเอง บ้านเช่า ห้องชุด หรือแม้แต่ห้องเช่าเล็ก ๆ เหล่านี้ผมถือว่าเป็นบ้านของเราทั้งนั้นแหละครับ  การได้อาศัยอยู่ในที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี สะอาด ไม่รกรุงรัง มีอากาศถ่ายเทดี เพื่อนบ้านมีไมตรีจิตต่อกัน มีความปลอดภัย เท่านี้ผมเชื่อว่าจะทำให้เรามีสุขภาพกาย และใจดีอยู่เสมอครับ ออกจากบ้านก็สดชื่น และมักจะคิดถึงบ้านเสมอ รู้สึกอยากกลับมานอนบ้านทุกคืนครับ เราสามารถทำให้บ้านของเราน่าอยู่ได้ด้วยการตกแต่งครับ การตกแต่งบ้านไปตามแฟชั่นนิยมนั้น ผมคิดว่าไม่สามารถที่จะทานกระแสแฟชั่นที่จะตามมาในปีถัด ๆไปได้ ในบทความนี้ผมจึงอยากเสนอ แนวโน้มการแต่งบ้านแบบเหนือการเวลา ซึ่งจะทำให้สไตล์ของเราดูสดใหม่ในอีกหลายปีต่อ ๆมาได้ครับ มาลองเรียนรู้กันดูครับ


 
1. อย่าเยอะ น้อยเข้าไว้เท่ห์กว่ากันเยอะเลย
 
เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ควรมีมากเกินความจำเป็น ก่อนซื้อสิ่งของใดเข้ามาในบ้านโปรดตรวจดูเสียก่อนว่ามีสิ่งนั้นแล้วหรือยัง โดยเฉพาะบรรดาสาว ๆ ที่มีสายเลือดนักช๊อปอยู่ในตัว ควรระมัดระวังเรื่องเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าถือ เครื่องสำอาง เครื่องครัว เครื่องนอน ของกิน ส่วนหนุ่ม ๆครับ เรื่องอุปกรณ์เครื่องมือ นาฬิกา พระเครื่อง พระพุทธรูป เครื่องกีฬา เครื่องดื่ม (รู้นะคิดอะไรอยู่) วางแผนการใช้ การซ่อม การทิ้งไว้ดี ๆครับ เพราะคุณเชื่อเถอะว่า สำหรับคนหนึ่งคนคุณอาจต้องซื้อตู้เก็บของใบใหญ่สำหรับใส่ของใช้ได้เพียงอย่างเดียว พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านไม่ว่าจะมีมากแค่ไหน ถ้าต้องมีตู้เก็บข้าวของเครื่องใช้ไปอัดอยู่เต็มบ้าน ก็จะทำให้คับแคบลงไปถนัดตา สร้างความอึดอัด รกหูรกตาเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าไม่มีการเก็บ สิ่งของเหล่านั้นก็จะถูกวางระเกะระกะ ไม่เป็นระเบียบ จะยิ่งสร้างความรำคาญใจเป็นอย่างมาก แนวโน้มการตกแต่งบ้านแบบเหนือกาลเวลา จึงเน้นเรื่องเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เช่นในห้องนั่งเล่น คุณอาจมีโซฟายาวหนึ่งตัว ถ้าสมาชิกมากก็อาจมีสักสองตัวมาต่อกันเป็นรูปตัว Lอาจมีโต๊ะกลางเล็ก ๆ เพิ่มมาสักตัว เลือกแบบที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณเอาให้อยู่หมัดเลยนะครับ แบบว่าซื้อครั้งเดียวใช้ไปนาน ๆ ส่วนสีผมแนะนำสีที่ไม่ฉูดฉาด อาจเป็นสีอ่อน ขาวหรือครีมจะทำให้ดูกว้างสบายตา หรือถ้าเป็นสีเข้ม เทา ดำ น้ำตาลก็ดูเคร่งขรึมคลาสสิกไปอีกแบบครับ ตู้โชว์ หรือชั้นวางของ ไม่แนะนำเลยครับ เพราะถ้าคุณไม่มีอะไรจะโชว์ หรือไม่มีสิ่งของที่จะวางบนชั้นแล้วละก็ เชื่อเถอะครับว่า มันจะกลาย เป็นที่เก็บขยะในอนาคต การมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นจะลดความหนาแน่นภายในห้อง และยิ่งทำให้มีฝุ่นละอองน้อยลง ทำให้ห้องดูดีมากขึ้นครับ
2. สีตามเทรนด์ มาเร็วไปเร็ว
 
 
สีผนังห้องสามารถสร้างความรู้สึก อารมณ์ ให้แก่ผู้อยู่อาศัยได้อย่างน่าประหลาด สีออกน้ำตาลคาราเมล หรือสีเหลืองสดจะทำให้พื้นที่ห้องรู้สึกอบอุ่น สีเทาจะดูอ่อนโยนเป็นสีคลาสสิกที่ไม่เคยตกเทรนด์ ถ้าคุณใช้สีเทาเป็นสีหลัก ขณะเดียวกันคุณแซมพื้นที่ห้องด้วยสีฟ้า หรือสีน้ำเงินเข้มไม่ว่าจะเป็นบนเคาเตอร์ ภาพบนผนัง หรือเครื่องประดับตกแต่งบ้าน รับรองเลยว่าบ้านของคุณเหมือนจะก้าวข้ามวันเวลาไปฤดูแล้ว ฤดูเล่าเลยทีเดียว ไม่ว่าบ้านของคุณจะใช้สีโทนอุ่น หรือเติมสีสันให้กับสีที่อ่อนโยน ผมเชื่อว่ามันจะทำให้บ้านของคุณยังคงดูเก๋ไก๋ไม่ตกเทรนด์อยู่เสมอครับ นี่ถือเป็น แนวโน้มการแต่งบ้านแบบเหนือกาลเวลา โดยส่วนตัวเลยนะ ที่ผนังห้องชอบให้เป็นสีอ่อน ๆ เช่นสีขาว ครีม หรือไม่ก็เทาไปเลย ไม่ให้มีความเงาบนผนังห้อง ส่วนพื้นห้องอาจเป็นปาเก้ไม้แผ่นใหญ่ลงแดงเลือดหมูเข้ม ๆ หรือไม่ก็สีน้ำตาลเข้มชักเงาจัด ๆ แต่ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นชอบแผ่นใหญ่ สีอ่อนลายไม่แน่น ดูบางเบา อันนี้แล้วแต่ชอบครับ แต่อยากเน้นที่ผนังห้อง ควรใช้สีที่เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน อย่าใช้สีแปร๋น ๆ ตามเทรนด์ เพราะถ้าฤดูกาลเปลี่ยน    เทรนด์ก็เปลี่ยน สิ่งที่คุณควรทำก็คือ ทำให้ห้องที่เรียบ ๆ มีผนังเรียบ ๆ พื้นเรียบ ๆ ให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี คุณอาจจะโยนหมอนที่มีลวดลายสีสันตามแฟชั่นในปีนี้ไปไว้บนโซฟาเสีย 2-3 ใบ หรือนำแจกันดอกไม้สวย ๆ วางไว้บนโต๊ะกลาง หรือวางกระถางต้นไม้ขนาดกลางปลูกไม้ประดับในร่มสวย ๆ ไว้ตรงมุมที่เหมาะสม อาจมีภาพนกน้อยขนาดเล็กใส่กรอบไม้เก๋ ๆวางติดผนังต่อกันเป็นชุดสัก 4-5 ภาพ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ห้องเรียบ ๆดูน่าสนใจขึ้นมากโข  การเปลี่ยนงานศิลป์เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปตามเทรนด์ สามารถทำได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนสีผนังห้องเป็นไหน ๆ ประเภทที่เอาพัดขนาดใหญ่คลี่ติดผนัง แถมด้วยขนนกยูงติดคู่ดูพะรุงพะรัง ยิ่งเอาดอกไม้กวาดใส่แจกันใบโต ๆวางใกล้กันนั้น อย่าทำนะครับ เคืองมากเลย
3. เฟอร์นิเจอร์ต้องใช้งานได้ ถ้าใช้ไม่ได้ก็คือถังขยะดี ๆ นี่เอง
 
ถ้าเราเลือกที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น ควรคำนึงถึงสมบัติการใช้งานของมันเป็นหลักครับ อย่าซื้อเพราะความสวยของมัน หรือเห็นมันในแม็กกาซีนชื่อดัง คุณควรถามตัวเองก่อนว่าถ้าสนใจเก้าอี้สามขาที่สามารถตั้งไว้ตรงมุมห้องได้อย่างพอดิบพอดีว่า เก้าอี้ตัวนั้นสามารถทำให้คุณรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวในการนั่งหรือไม่ หรือโต๊ะกลางที่มีพื้นหน้าโต๊ะเป็นกระจกใส โปรดพิจารณาดูว่ามันเหมาะที่จะใช้วางถ้วยกาแฟ ขวดเครื่องดื่ม กระเป๋าเจมส์บอนด์ของพวกหนุ่ม ๆ หรือเปล่า การใช้งานแต่ละครั้งมีความเสี่ยงต่อการชำรุดเสียหายมากน้อยขนาดไหน การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์แต่ละครั้ง ควรมีเป้าหมายที่การใช้งาน ไม่ใช่เพื่อการได้ชื่นชมความสวยงามของมันอยู่ห่าง ๆ ครับ เพราะเมื่อใดมันไม่ได้ทำหน้าที่อันพึงมีของมันได้ เมื่อนั้นมันจะกลายเป็นที่เก็บของ หรือถังขยะดี ๆ นี่เองครับ คืออยากจะบอกว่าถ้าจะซื้อเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น ขอให้ดูว่า มันต้อง ใช้ได้ ใช้ดี ใช้ทน และใช้สะดวกครับ
4. คุณภาพ กับ ปริมาณ
 
ท่ามกลางทะเลทราย หลังลาดตระเวนเพื่อหาอาหาร พลทหารน้อยระล่ำระลักบอกผู้เป็นนายว่า มีทั้งข่าวดี และข่าวร้ายคับพ้ม”  ผู้เป็นนายจ้องแล้วถามว่า ข่าวร้ายคืออะไร เราต้องกินทรายทหารน้อยตอบ  แล้วข่าวดีล่ะนายถาม เรามีให้กินมากมายนี้เป็นตลกร้าย ซึ่งการเล่นตลกเรื่องข่าวดี และข่าวร้ายนี่ผมชอบมากเลย แต่ในความเป็นจริงการเลือกเฟอร์นิเจอร์มาใช้สักชิ้น หรือการเลือกของตกแต่งบ้าน เราควรคำนึงถึงคุณภาพ เหนือกว่าปริมาณ ไม่ใช่เรื่องตลกเลยถ้าเราซื้อหาอะไรก็ได้เป็นจำนวนมากมาติดบนผนังห้องของเรา เพราะลำพังว่ามีผนัง ก็ไม่ได้หมายความว่าทุก ๆ ตารางนิ้วบนฝาผนังจะต้องเต็มไปด้วย ภาพวาด งานศิลป์ รูปถ่าย สารพัดประดามี  เราควรเลือกชิ้นงานอย่างชาญฉลาด จงซื้อของน้อยชิ้น แต่มีคุณภาพดี ให้มันเข้ากันได้กับสิ่งที่มีอยู่เดิมแล้ว ให้ชิ้นงานคุณภาพดีเหล่านั้นสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตน และความมีรสนิยมของคุณ
5. ความสว่างจากแสงธรรมชาติ ทำให้ห้องสดใส
 
นอกจากสีแล้ว แสงสว่างมีความสำคัญมากเลยครับ การที่ห้องของเรามีแต่แสงจากหลอดไฟ โดยไม่มีแสงธรรมชาติเล็ดลอดเข้ามาเลยนั้น แม้ว่าแสงจากหลอดไฟจะสว่างสักปานใดก็ตาม  เราก็จะยังคงรู้สึกอึดอัด และดูเหมือนจะขาดอิสรภาพยังไงชอบกลอยู่  เราจึงเลือกเก็บรักษาช่องแสงที่ให้ความสว่างมากที่สุดเอาไว้ แสงธรรมชาติทำให้ห้องดูสดใสเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวา
6. การจัดเก็บอย่างชาญฉลาด ทำให้บ้านเป็นบ้านแห่งความสุข                                          
คุณควรวางแผนการจัดเก็บบ้านให้ดี และชาญฉลาด ต้องแก้ปัญหาการจัดเก็บ ให้แน่ใจได้ว่าบ้านของคุณเป็นระเบียบอยู่เสมอ ไม่ว่าส่วนใดของบ้านก็ตาม ตู้เสื้อผ้า ชั้นหนังสือ ถ้วยชาม รองเท้า เครื่องสำอางค์ อาหาร  และอื่น ๆ บางครั้งสิ่งของที่มีมากเกินไปคุณอาจต้องกำจัดทิ้ง หรือไม่ก็ต้องออกแบบพื้นที่สำหรับการการจัดเก็บข้าวของที่มีมากเกินความจำเป็นเหล่านี้ครับ
บทสรุปของบทความนี้ก็คือ
แนวโน้มการแต่งบ้านแบบเหนือกาลเวลา ไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านของคุณจะต้องอยู่เหนือกาลเวลาเสมอไปนะครับ เพราะความเป็นจริงแล้วเทรนด์ล่าสุดของแต่ละปี จะทำให้คุณดูสนุกสนานกับการตกแต่งแปลกใหม่ได้เสมอ คุณสามารถอินเทรนด์ได้กับรายการที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย เช่นเปลี่ยนลายผ้าปลอกหมอน สีจาน ภาพวาดอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเมื่อเทรนด์มา แล้วก็จากไป คุณก็สามารถ อัปเดตรายการเหล่านี้ได้ใหม่ด้วยเทรนด์ใหม่ ๆในฤดูกาลถัดไป ส่วนรายการใหญ่ที่เปลี่ยนยาก เช่นสีผนังห้อง พื้นห้อง หรือเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ข้าวของที่มีราคาแพง สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นครับ ถ้าการตัดสินใจพื้นฐานที่เล่าให้ฟังมาตั้งแต่ต้นนั้น ถูกกระทำมาอย่างเป็นเหตุเป็นผล ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลเลยครับ ท้ายนี้ขอให้ทุกท่านสนุกกับการแต่งบ้าน ค่อย ๆทำไปเรื่อย ๆครับ ช้าไม่เป็นไร เหนื่อยก็พัก หยุดได้ครับแต่อย่าล้มเลิก เพราะสิ่งที่ตรงข้ามกับความสำเร็จไม่ใช่ความล้มเหลวครับ แต่มันเป็นการล้มเลิก หรือการไม่ยอมลงมือทำอะไรต่างหากครับ ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ครับ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น