ตบแต่งเลาะริมรั้ว

แสง และสี : แสง ศาสตร์สื่ออารมณ์ สี ศิลปะสะท้อนความรู้สึก

แสง และสี เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่ามีผลต่ออารมณ์ และความรู้สึก ศาสตร์ในการจัดแสง และสี ในสภาวะที่แตกต่าง จะสื่อถึงอารมณ์ที่หลากหลาย เป็นการส่งผ่านศิลปะไปสู่ห้วงแห่งความรู้สึกของผู้ที่ได้สัมผัสไปโดยไม่รู้ตัว หากใครเคยไปเที่ยวงาน bamboo lights ที่จัดแสดงในประเทศญี่ปุ่น ศิลปะแต่ละชิ้นเหมือนเป็นการจำลองอารมณ์ และความรู้สึกเล็ก ๆของเรา ที่บางครั้งก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร ก็รู้แต่เพียงว่าเป็นภาพที่สวยงาม แต่เชื่อเถอะว่าเราได้ดื่มด่ำเอาความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังอยู่ และบันทึกเป็นความทรงจำดี ๆของเราไปตราบนานเท่านาน

ในบ้านพักอาศัยของเราเอง นอกจากแสงจากธรรมชาติแล้ว แสงจากหลอดไฟ จะช่วยให้การมองเห็นของเราชัดเจน และสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆได้โดยสะดวก และปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะสะท้อนถึงอารมณ์ ความรู้สึก และรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี หลักการที่สำคัญที่สุดก็คือว่า เราจะดึงเอาประโยชน์จากแสง และสีในลักษณะไหนมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นเราต้องแยกให้ชัดเจนว่าพื้นที่ส่วนไหน จะเอาไว้ทำกิจกรรมอะไร

ข้อควรคำนึงในการออกแบบแสง และสี

แสงจากธรรมชาติ

การนำแสงจากธรรมชาติมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และช่วยประหยัดงบประมาณ เราควรรู้ว่าแสงธรรมชาติจากทิศไหนมีคุณภาพดี จากการศึกษาพบว่าแสงธรรมชาติจากทิศเหนือจะให้แสงที่สะท้อนสีของวัตถุได้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ไม่สว่างจ้า และไม่ร้อนจนเกินไป ในขณะที่แสงจากทิศใต้จะร้อนแรงกว่า ในเวลาเย็นก็จะเป็นสีในโทนอุ่น แสงจากธรรมชาติในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้ร่างกายเราสดชื่น อย่างไรก็ดีแสงธรรมชาติยังคงมีปัจจัยที่ควบคุมได้ยากเช่น ต้นไม้ใหญ่รอบ ๆบ้าน ขนาด และรูปร่างของหน้าต่าง รวมไปถึงทิศทางของหน้าต่าง การติดวัสดุกรองแสงก็เป็นอีกส่วนที่มีผลต่อคุณภาพของแสง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำแสงประดิษฐ์จากหลอดไฟ หรือโคม มาช่วยในการควบคุมให้มีแสงในปริมาณที่เหมาะสม

แสงประดิษฐ์

เป็นแสงที่ได้จากหลอดไฟ หรือโคม เพื่อสร้างความต่อเนื่องของปริมาณแสงที่พอเหมาะให้มีอยู่ได้ตลอดตามที่ต้องการ สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ ตำแหน่งของโคม หรือหลอดไฟ ควรมีความสัมพันธ์ กับตำแหน่งของหน้าต่างที่ใช้รับแสงธรรมชาติ โดยสร้างความต่อเนื่องให้มีแสงภายในห้องนั้นในปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้สอยในกิจกรรมนั้น ๆ นอกจากนี้ควรคิดเผื่ออนาคต จึงจำเป็นต้องสร้างความยืดหยุ่นไว้ตามสมควร หากต้องมีการปรับเปลี่ยนไปใช้ในกิจกรรมที่หลากหลายกว่าเช่น ความสามารถในการเพิ่ม หรือลดปริมาณแสงเพื่อสร้างบรรยากาศ หรือการปรับทิศทางของแสงไปในจุดที่ต้องการ การเลือก ชนิดของหลอดไฟ  และ รูปทรงของโคม เป็นเรื่องที่ควรคิดให้รอบคอบ

บรรยากาศที่ต้องการ

ในกิจกรรมแต่ละอย่างมักจะต้องการ แสง และสี ที่แตกต่างกันออกไป หากคุณแน่ใจแล้วว่าได้จัดสัดส่วนแต่ละพื้นที่ในบ้านเพื่อวัตถุประสงค์ใด การจัดแสง และสีก็จะทำได้ง่าย และมีรสนิยม บางครั้งคุณต้องการให้บางมุมของบ้านมีบรรยากาศอบอุ่น และเป็นส่วนตัวกับเครื่องดื่ม และเพลงเพราะ ๆ ริมกระจกใสบานใหญ่ที่เมื่อเปิดม่านออกไปแล้ว คุณจะเห็นต้นไม้แสนรักที่อยู่ริมบ่อน้ำเล็ก ๆที่มีปลาแสนหวงของคุณแหวกว่ายอยู่ แน่นอนคุณคงไม่ต้องการแสงสว่างจ้า หลอดไฟที่สามารถหรี่แสงลงได้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี ความคิดนี้ยังเหมาะกับห้องนอนด้วยเช่นกัน ในบางคราวคุณมีงานเร่งด่วนตกค้างจากที่ทำงาน และต้องนำกลับมาทำที่บ้าน หรือต้องมีการปรึกษาหารือเรื่องสำคัญกับเพื่อนร่วมงานของคุณ หรือแม้แต่ว่าคุณไปเจอหนังสือที่คุณโปรดปราน และอยากอ่านมันเต็มที ในห้องอ่านหนังสือที่คุณมักใช้เป็นห้องทำงานด้วย ควรมีบรรยากาศที่เป็นทางการ การใช้หลอดไฟที่มีแสงสีขาว และสว่างทั่วทั้งห้องที่เหมาะกับการใช้สายตาย่อมจะดีกว่าแน่นอน

การใช้สีสำหรับผนังห้องต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ควรคำนึงเพราะมันมีผลต่อแสงสว่างภายในห้อง ผนังที่มีสีอ่อนจะช่วยสะท้อนแสงให้กระจายไปทั่วทั้งห้อง หากต้องการให้ห้องดูมีมิติ และเป็นส่วนตัว ผนังสีเข้มที่มักจะดูดกลืนแสงได้ดี ทำให้ห้องไม่สว่างมากนัก มันจะทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าผนังสีอ่อน ๆ

ความชัดเจนของ รูปแบบการให้แสง ที่ถูกกำหนดไว้แต่แรกเริ่มจะช่วยให้การออกแบบแสงสว่างทำได้ง่ายขึ้นมาก เพียงระบุการใช้พื้นที่ในแต่ละโซนอย่างกว้าง ๆก่อนเช่น พื้นที่เพื่อการพักผ่อน พื้นที่เพื่อการทำงาน หรือพื้นที่นอกตัวบ้าน แล้วค่อยใส่รายละเอียดปลีกย่อยลงไปทีหลัง

การออกแบบแสงสว่าง

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าหลักการที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องการแสงสว่างเพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นหลัก (กรุณาอ่านบทความ วัตถุประสงค์ของการใช้แสง ) การออกแบบแสงสว่าง จึงเป็นศาสตร์สำคัญที่จะใช้เพื่อออกแบบให้ได้ตามประสงค์เช่น ทางเดินที่อับแสงจากแสงธรรมชาติ หรือบริเวณที่เป็นขั้นบันไดเวลากลางคืน หรือมีความต้องการแสงสว่างเฉพาะจุดเพื่อเน้นให้เห็นความโดดเด่นของพื้นที่นั้น หรือคุณอาจต้องการแสงที่มีความพิเศษเพื่อเน้นการตกแต่งเพื่อความสวยงามเช่นตู้โชว์ ภาพศิลปะ

หลอดไฟ และรูปแบบโคม

การเลือก ชนิดของหลอดไฟ และรูปแบบโคม เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องเรียนรู้ เพราะเป็นจุดกำเนิดแสงโดยตรง ต้องทำความเข้าใจว่าหลอดไฟแต่ละอย่างนั้นให้ประสิทธิภาพในการส่องสว่างน้อย หรือมากอย่างไร แสงที่ให้ออกมาเป็นสีอะไร อายุการใช้งานของหลอดไฟยาวนานแค่ไหน ความร้อนที่เกิดขึ้นสูงมากแค่ไหน การบำรุงรักษายากง่ายอย่างไร รวมไปถึงราคาของหลอดไฟว่าเหมาะสมกับงบประมาณในกระเป๋าเราหรือไม่ ในส่วนรูปแบบของโคม เราควรเลือกโคมที่มีรูปทรงที่สามารถสะท้อนแสงไปในทิศทางที่เราต้องการว่า เราอยากให้แสงกระจายไปในทิศทางที่แน่นอน หรือให้กระจายไปในทุกทิศทาง ในระดับต่ำ หรือปานกลาง หรือสูง เราสามารถเลือกรูปแบบของโคมที่สามารถเพิ่มความเข้มของแสง หรือกำหนดรูปทรงของลำแสง หรือลดความจ้าของแสง ให้เป็นไปตามประสงค์ของเรา

เคล็ดลับ

– สวิทช์เปิด/ปิดดวงไฟ หรือโคม ควรวางตำแหน่งไว้ใกล้ประตู และอยู่คนละด้านกับบานพับเพื่อความสะดวกในการเปิด/ปิดสวิทช์ และการเข้า/ออกห้องนั้น ๆ

– ไม่ควรเชื่อมต่อดวงไฟ หรือโคมจำนวนมากในวงจรเดียวกัน จะทำให้การใช้ไฟในวงจรนั้นมากเกินไปจนอาจเป็นอันตรายได้

– ไม่ควรรวมสวิทช์เปิด/ปิดดวงไฟ หรือโคมจำนวนมากไว้ในสวิทช์เดียวกัน แม้ว่ามันจะทำให้สะดวกก็ตามที

– การติดตั้งตัวควบคุมไวแสง ( Sensor ) และตัวควบคุมเวลา ( Timer ) ให้กับดวงไฟ หรือโคมบริเวณเฉพาะเช่น ทางเดิน ตู้เก็บของเช่นตู้เสื้อผ้า จะทำให้สะดวกมากขึ้น

– ห้องที่มีเพดานสูง หรือต่ำเกินไป การติดดวงไฟที่พื้นห้องให้แสงส่องไปบนเพดานจะช่วยลวงให้เห็นว่ามีเพดานที่สูงขึ้น เช่นกันหากมีเพดานสูงเกินไป ให้ลองติดโคมให้ต่ำในระดับความสูงประมาณครึ่งหนึ่งของห้อง และปรับแสงให้ส่องมาที่พื้นห้อง จะทำให้ดูเหมือนว่าห้องมันเตี้ยลง

– การติดโคมไว้บนผนังที่อยู่ตรงข้ามกันจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น กระจก หรือของตกแต่งที่มีความมันวาวจะสะท้อนแสง และลวงตาได้เหมือนว่ามีห้องที่กว้าง

แสงสุดท้าย

ดวงตาที่ยังคงเบิกกว้างในความมืดมิดนั้น ย่อมหาประโยชน์อันใดไม่ได้เลย หากโลกนี้ไม่มีแสง คนเราก็ไม่จำเป็นต้องมีดวงตา คราที่ แสง และสี ปรากฏ ดวงตาก็จะทำหน้าที่แสดงภาพแห่งความเป็นจริง พร้อม ๆกันนั้นก็อาจล่อลวงความรู้สึกให้มีอารมณ์คล้อยตามไปต่าง ๆนานา ศาสตร์แห่งแสง และศิลปะแห่งสีจึงดูเหมือนว่าเป็นสิ่งจำเป็นในทุก ๆแวดวงที่คอยจรรโลงจิตใจผู้คนให้อิ่มเอิบไปนานแสนนาน

สำหรับวันนี้ ฝันดีราตรีสวัสดิ์เช่นเคยครับ

Thank you messages:

The photos contained in this article are courtesy of the artist who portrays the beauty of these images. I would like to express my gratitude and I wish your God to bless you.

bokeh photography of silhouette of man leaning on wall :

Photo by Darran Shen on Unsplash

Neon light, Line, Lighting:

Photo by Adrian Spiegelt on Unsplash

low-angle photography of green leaf trees at daytime

Photo by Jason Ortego on Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น